Loading...
Larger font
Smaller font
Copy
Print
Contents

สงครามครั้งยิ่งใหญ่

 - Contents
  • Results
  • Related
  • Featured
No results found for: "".
  • Weighted Relevancy
  • Content Sequence
  • Relevancy
  • Earliest First
  • Latest First

    บทที่ 4 - การเสด็จมาครั้งแรกของพระคริสต์

    แล้วข้าพเจ้าก็ได้ถูกนำพาไปยังเมื่อครั้งพระเยซูกำลังจะทรงแบกธรรมชาติของมนุษย์ไว้ ทรงถ่อมพระองค์ลงในฐานะที่เป็นมนุษย์คนหนึ่ง และทรงทนต่อการทดลองทั้งหลายของซาตานGCTh 11.1

    การประสูติของพระองค์ปราศจากความยิ่งใหญ่ทางโลก พระองค์ทรงประสูติในคอกม้า ทรงประทับในรางหญ้า แต่การประสูติของพระองค์นั้นได้รับการถวายเกียรติเหนือกว่าบุตรของมนุษย์ทั้งหลาย ทูตจากฟ้าสวรรค์ได้มาแจ้งแก่ผู้เลี้ยงแกะเกี่ยวกับการเสด็จมาของพระเยซู ในขณะที่แสงสว่างและพระสง่าราศีจากพระเจ้าเฉิดฉายร่วมกับการเป็นพยานของพวกท่าน เหล่าชาวสวรรค์พลโยธาพากันดีดพิณและถวายเกียรติแด่พระเจ้า พวกท่านประกาศข่าวการเสด็จมาของพระบุตรของพระเจ้าในโลกที่ล้มลงด้วยเสียงโห่ร้องอย่างมีชัยที่จะทรงกระทำให้พระราชกิจแห่งการไถ่ให้รอดประสบความสำเร็จ และโดยการสิ้นพระชนม์ของพระองค์นั้นจะนำสันติสุข ความสุข และชีวิตนิรันดร์มาสู่มนุษย์ พระเจ้าทรงเชิดชูเกียรติการเสด็จมาของพระบุตรของพระองค์ ทูตสวรรค์ต่างกราบนมัสการพระองค์GCTh 11.2

    เหล่าทูตสวรรค์ของพระเจ้าบินร่อนไปมาเหนือฉากพิธีบัพติศมาของพระองค์ และพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้เสด็จลงมาทรงรูปสัณฐานเหมือนนกพิราบประทับอยู่บนพระองค์ และในขณะที่ฝูงชนต่างยืนอัศจรรย์ใจยิ่งด้วยสายตาจดจ่ออยู่ที่พระองค์นั้น ต่างได้ยินพระสุรเสียงของพระบิดาดังมาจากฟ้าสวรรค์ว่า “ท่านเป็นบุตรที่รักของเรา เราชอบใจท่านมาก”GCTh 11.3

    ยอห์นไม่แน่ใจว่าผู้ที่ได้เสด็จมาให้ท่านบัพติศมาให้ในแม่น้ำจอร์แดนนั้นคือพระผู้ช่วยให้รอด แต่พระเจ้าได้ทรงสัญญากับท่านถึงหมายสำคัญเพื่อให้ท่านได้รู้จักพระเมษโปดกของพระเจ้า หมายสำคัญนั้นจะมาในรูปของนกพิราบ ที่มาจากฟ้าสวรรค์ประทับอยู่เหนือพระเยซู และพระสง่าราศีของพระเจ้าจะฉายสง่ารอบพระองค์ ยอห์นยื่นมือออกชี้ไปที่พระเยซูแล้วกล่าวด้วยเสียงอันดังว่า “จงดูพระเมษโปดกของพระเจ้า ผู้ทรงรับความผิดบาปของโลกไปเสีย”GCTh 11.4

    ยอห์นได้แจ้งแก่บรรดาศิษย์ของท่านว่าพระเยซูคือพระเมสิยาห์พระผู้ช่วยให้รอดของโลกที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้ ในขณะที่งานของท่านกำลังจะจบสิ้นลงนั้น ท่านได้สอนให้เหล่าสาวกของท่านมองไปที่พระเยซูและให้ติดตามองค์พระอาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ไป ชีวิตของยอห์นเป็นชีวิตที่ปราศจากความเพลิดเพลินใจ เต็มไปด้วยความโศกเศร้าและการเอาชนะตัวเอง ท่านประกาศข่าวการเสด็จมาครั้งแรกของพระคริสต์ แต่แล้วก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เป็นพยานถึงการอัศจรรย์ทั้งปวงและชื่นชมกับอานุภาพที่พระองค์ทรงสำแดง ท่านรู้ว่าเมื่อพระเยซูทรงสถาปนาพระองค์เป็นพระอาจารย์แล้ว ท่านก็จะต้องตาย เสียงของท่านไม่ค่อยจะมีใครได้ยินนัก นอกจากในถิ่นทุรกันดาร ชีวิตของท่านโดดเดี่ยว ท่านไม่ได้ยึดติดกับครอบครัวบิดาของท่าน ไม่ได้ชื่นชมกับสังคมของพวกเขา แต่ได้จากพวกเขาไปเพื่อปฏิบัติภารกิจของท่านให้สำเร็จ ฝูงชนได้ละเมืองใหญ่อันวุ่นวายและหมู่บ้านทั้งหลายและพากันแห่ไปที่ถิ่นทุรกันดารเพื่อฟังถ้อยคำของผู้พยากรณ์ผู้แปลกประหลาดและเป็นหนึ่งเดียวผู้นี้ ยอห์นได้วางขวานไว้ที่รากของต้นไม้ ท่านประณามว่ากล่าวความบาปอย่างไม่เกรงกลัวผลที่จะตามมา และได้เตรียมมรรคาสำหรับพระเมษโปดกของพระเจ้าGCTh 11.5

    เฮโรดรู้สึกถูกใจมากในขณะที่ท่านได้ฟังคำพยานที่ทิ่มแทงใจและมีอำนาจมากของยอห์น ท่านถามด้วยความสนใจอย่างสุดซึ้งว่าท่านจะต้องทำประการใดเพื่อที่จะได้เป็นศิษย์ของยอห์น ยอห์นคุ้นเคยกับความจริงที่ว่าท่านกำลังจะแต่งงานกับภรรยาของน้องชายในขณะที่สามีของนางยังมีชีวิตอยู่ และท่านได้กล่าวแก่เฮโรดอย่างตรงไปตรงมาว่ามันเป็นการผิดพระราชบัญญัติ เฮโรดไม่เต็มใจที่จะเสียสละสิ่งใดก็ตาม เขาได้แต่งงานกับภรรยาของน้องชาย และด้วยอิทธิพลของนางนั่นเอง ท่านได้จับยอห์นจำขังไว้ในคุก แต่เฮโรดตั้งใจว่าจะปล่อยท่านในภายหลัง ในขณะที่ถูกจองจำอยู่นั้น ยอห์นได้ยินจากเหล่าสาวกของท่านเรื่องพระราชกิจอันยิ่งใหญ่ของพระเยซู ท่านไม่สามารถที่จะได้ฟังพระดำรัสอันเปี่ยมไปด้วยพระคุณของพระองค์ แต่เหล่าสาวกได้แจ้งแก่ท่านและปลอบประโลมท่านด้วยถ้อยคำที่พวกเขาได้ยินมา ในไม่ช้ายอห์นก็ได้ถูกตัดศีรษะด้วยอิทธิพลของภรรยาของเฮโรด ข้าพเจ้าได้เห็นสาวกผู้น้อยที่สุดที่ติดตามพระเยซูนั้น ได้เป็นพยานถึงการอัศจรรย์ทั้งหลายของพระองค์ และได้ยินพระดำรัสอันเปี่ยมไปด้วยพระคุณซึ่งออกมาจากพระโอษฐ์ของพระองค์นั้นก็ยิ่งใหญ่กว่ายอห์นผู้ให้บัพติศมาเสียอีก กล่าวคือพวกเขาได้รับการเชิดชูและได้รับเกียรติมากกว่าและมีความสุขสบายในชีวิตของพวกเขามากกว่าGCTh 11.6

    ยอห์นประกอบไปด้วยพระวิญญาณและพลังอำนาจของเอลียาห์เพื่อมาประกาศเรื่องการเสด็จมาครั้งแรกของพระเยซู ข้าพเจ้าได้ถูกชี้ลงไปถึงเวลาในยุคสุดท้ายและได้เห็นว่ายอห์นเป็นตัวแทนของบรรดาผู้ที่ออกไปด้วยพระวิญญาณและพลังอำนาจของเอลียาห์เพื่อร้องประกาศถึงวันแห่งพระพิโรธและการเสด็จมาครั้งที่สองของพระเยซูGCTh 11.7

    หลังจากที่พระเยซูทรงรับบัพติศมาในแม่น้ำจอร์แดนแล้ว พระองค์ถูกนำไปยังถิ่นทุรกันดารโดยพระวิญญาณเพื่อถูกทดลองโดยพญามาร พระองค์ทรงประกอบไปด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ในฉากพิเศษแห่งการทดลองอันรุนแรงนี้ เป็นเวลาสี่สิบวันที่พระองค์ทรงถูกพญามารทดลองและในวันเหล่านั้นพระองค์มิได้เสวยอะไรเลย ทุกสิ่งที่อยู่รอบข้างพระเยซูนั้นไม่น่ารื่นรมย์เลยชนิดที่ธรรมชาติของมนุษย์จะต้องขยาดถอยห่าง พระองค์ทรงประทับอยู่กับสัตว์ป่าอันดุร้ายและพญามารในสถานที่อันโดดเดี่ยวและเริศร้าง ข้าพเจ้าได้เห็นพระบุตรของพระเจ้าทรงมีพระพักตร์ที่ซีดเซียวและซูบผอมจากการอดพระกระยาหารและทรงทุกข์ทรมาน หากแต่เส้นทางได้ถูกตีไว้แล้ว และพระองค์จะต้องกระทำพระราชกิจที่พระองค์เสด็จมานั้นให้สำเร็จสมบูรณ์GCTh 12.1

    ซาตานได้อาเปรียบในขณะที่พระบุตรของพระเจ้าทรงทุกข์ทรมาน และได้เตรียมจัดการให้พระองค์จนมุมด้วยการทดลองมากมาย ด้วยหวังว่ามันจะมีชัยเหนือพระองค์ได้ เพราะพระองค์ทรงถ่อมพระองค์เป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งแล้ว ซาตานได้มาทดลองว่า “ถ้าท่านเป็นบุตรของพระเจ้า จงสั่งก้อนหินนี้ให้กลายเป็นพระกระยาหาร” มันได้ทดลองพระเยซูให้ทรงถ่อมพระทัยลงมาหามันและพิสูจน์ให้มันเห็นว่าพระองค์ทรงเป็นพระเมสสิยาห์โดยใช้อำนาจอันมาจากพระเจ้าของพระองค์ พระเยซูทรงตรัสตอบมันอย่างอ่อนสุภาพว่า “มีพระคัมภีร์เขียนไว้ว่ามนุษย์จะบำรุงด้วยอาหารสิ่งเดียวหามิได้ แต่บำรุงด้วยพระวจนะทุกคำของพระเจ้า”GCTh 12.2

    ซาตานกำลังพยายามหาข้อโต้แย้งกับพระเยซูเกี่ยวกับการเป็นพระบุตรของพระเจ้าของพระองค์ มันได้พูดถึงสภาพที่อ่อนแอและทุกข์ทรมานของพระองค์ และโอ้อวดยืนยันว่ามันมีกำลังมากกว่าพระเยซู แต่พระดำรัสที่ตรัสจากฟ้าสวรรค์ว่า “ท่านเป็นบุตรที่รักของเรา เราชอบใจท่านมาก” ก็เพียงพอที่จะหนุนประคองพระเยซูให้ผ่านความทุกข์ทรมานทั้งปวงนี้ไปได้ ข้าพเจ้าได้เห็นพระราชกิจทั้งสิ้นของพระองค์ว่าไม่มีสิ่งใดเลยที่พระองค์จะต้องทำให้ซาตานเชื่อในพระราชอำนาจของพระองค์และการที่พระองค์ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของโลก ซาตานมีหลักฐานอย่างเพียงพออยู่แล้วถึงตำแหน่งอันสูงส่งและสิทธิอำนาจของพระองค์ ความไม่เต็มใจของมันที่จะยอมจำนนต่อสิทธิอำนาจของพระเยซูนั้นแหละ ที่ได้ปิดกั้นมันออกจากฟ้าสวรรค์GCTh 12.3

    ซาตานได้สำแดงพละกำลังของมันโดยมันได้นำพาพระเยซูไปยังนครเยรูซาเล็ม ให้พระองค์ประทับที่ยอดหลังคาพระวิหาร แล้วทดลองพระองค์อีกว่า ถ้าพระองค์ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า ก็ให้แสดงหลักฐานโดยการโจนลงไปจากระดับความสูงที่ทำให้ตาลาย ณ ที่ที่มันได้นำพระองค์ขึ้นไปนั้น ซาตานใช้ถ้อยคำแห่งการดลใจที่ว่า “เพราะมีเขียนไว้ว่า พระองค์จะรับสั่งเหล่าทูตสวรรค์ของพระองค์ให้ป้องกันรักษาท่านไว้ และเหล่าทูตสวรรค์จะเอามือประคองชูท่านไว้ เกรงว่าในเวลาหนึ่งเวลาใดเท้าของท่านจะกระแทกหิน” พระเยซูจึงตรัสตอบมันว่า “มีคำกล่าวไว้ว่า อย่าทดลององค์พระผู้เป็นเจ้าผู้เป็นพระเจ้าของท่าน” ซาตานปรารถนาที่จะทำให้พระเยซูเกิดความบังอาจกับพระเมตตาคุณของพระบิดาของพระองค์ และให้พระองค์เสี่ยงชีวิตก่อนที่พระราชกิจของพระองค์จะสำเร็จลง มันหวังว่าแผนการแห่งความรอดนั้นจะล้มเหลว แต่ข้าพเจ้าได้เห็นว่าแผนการนั้นได้ถูกวางไว้อย่างลึกเกินกว่าที่จะถูกล้มล้างหรือถูกทำให้เสียหายโดยซาตานดังเช่นนี้ได้GCTh 12.4

    ข้าพเจ้าได้เห็นว่าพระคริสต์ทรงเป็นแบบอย่างสำหรับคริสตชนทุกคนในเวลาที่ถูกทดลองหรือเมื่อสิทธิของพวกเขาถูกต้านทาน พวกเขาควรจะแบกมันไว้อย่างอดทน พวกเขาไม่ควรจะรู้สึกว่าพวกเขามีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องให้พระเจ้าทรงสำแดงฤทธานุภาพของพระองค์ เพื่อที่พวกเขาจะได้มีชัยชนะเหนือศัตรูของพวกเขา เว้นแต่ว่าจะมีจุดมุ่งหมายพิเศษคือว่าพระเจ้าจะสามารถได้รับพระเกียรติและการถวายสง่าราศีได้โดยตรงจากสิ่งนั้น ข้าพเจ้าได้เห็นว่าถ้าพระเยซูได้โจนพระองค์ลงจากหลังคานั้น จะเป็นการถวายสง่าราศีแก่พระบิดาของพระองค์ก็หามิได้ เพราะจะไม่มีใครสามารถเป็นพยานต่อเหตุการณ์นั้นได้นอกจากซาตานและเหล่าทูตสวรรค์ของพระเจ้า และจะเป็นการทดลองพระเจ้าให้ทรงสำแดงฤทธานุภาพของพระองค์ต่อศัตรูผู้ชั่วช้ายิ่งของพระองค์ และจะเป็นการถ่อมพระทัยลงมาหาผู้ที่พระเยซูทรงเสด็จมาเพื่อจะเอาชนะGCTh 12.5

    “แล้วพญามารจึงนำพระองค์ขึ้นไปยังภูเขาที่สูง สำแดงบรรดาราชอาณาจักรทั่วพิภพในขณะเดียวให้พระองค์ทอดพระเนตร แล้วพญามารได้ทูลพระองค์ว่า “อำนาจทั้งสิ้นนี้และสง่าราศีของราชอาณาจักรนั้นเราจะยกให้แก่ท่าน เพราะว่ามอบสิทธิไว้แก่เราแล้ว และเราปรารถนาจะให้แก่ผู้ใดก็จะให้แก่ผู้นั้น เหตุฉะนั้น ถ้าท่านจะกราบนมัสการเรา สรรพสิ่งนั้นจะเป็นของท่านทั้งหมด” ฝ่ายพระเยซูตรัสตอบมารว่า “อ้ายซาตาน จงไปให้พ้น มีพระคัมภีร์เขียนไว้ว่า ‘จงนมัสการองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้เป็นพระเจ้าของท่าน และปรนนิบัติพระองค์แต่ผู้เดียว’”GCTh 12.6

    ณ ที่นี่ ซาตานได้สำแดงบรรดาราชอาณาจักรทั่วพิภพให้พระเยซูได้ทอดพระเนตร อาณาจักรเหล่านั้นถูกสำแดงด้วยแสงสีอันตระการตา มันได้เสนอว่าจะมอบอาณาจักรนั้นให้แก่พระองค์ถ้าพระองค์ทรงกล้าที่จะกราบนมัสการมัน มันได้ทูลพระเยซูว่ามันจะสละสิทธิ์ที่มันอ้างในการครอบครองแผ่นดินโลกนี้เสีย ซาตานรู้ว่าพลังอำนาจของมันจะต้องถูกจำกัด และในที่สุดก็จะถูกนำเอาไปจากมัน ถ้าหากแผนการแห่งความรอดประสบความสำเร็จ มันรู้ว่าถ้าพระเยซูจะทรงสิ้นพระชนม์เพื่อไถ่บาปให้แก่มนุษย์แล้ว พลังอำนาจของมันก็จะหมดไปหลังจากช่วงเวลาหนึ่ง แล้วมันก็จะถูกทำลายลง ดังนั้นมันจึงคิดแผนการอย่างแยบยลเพื่อป้องกันมิให้พระราชกิจอันยิ่งใหญ่ซึ่งได้เริ่มต้นขึ้นโดยพระบุตรของพระเจ้านี้ประสบความสำเร็จหากเป็นไปได้ ถ้าหากแผนการไถ่มนุษย์ให้รอดนี้ล้มเหลวล่ะก็ มันก็ยังคงเก็บรักษาอาณาจักรที่มันได้อวดอ้างในขณะนั้นเอาไว้ได้ และถ้ามันทำงานสำเร็จล่ะก็ มันก็จะภูมิใจในตัวเองว่ามันจะได้สถาปนาตัวเองขึ้นเป็นปรปักษ์ต่อพระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์GCTh 12.7

    ซาตานมีความปรีดาปราโมทย์เมื่อพระเยซูทรงละฟ้าสวรรค์ และทรงละฤทธานุภาพและพระสง่าราศีของพระองค์จากที่นั่นไป มันคิดว่าพระบุตรของพระเจ้าได้ถูกวางอยู่ในอำนาจของมันแล้ว การทดลองคู่มนุษย์บริสุทธิ์ในสวยเอเดนนั้นเป็นไปอย่างง่ายดาย ซึ่งมันหวังว่าด้วยเล่ห์เหลี่ยมที่ชั่วร้ายและพลังอำนาจนั้นจะล้มล้างได้แม้พระบุตรของพระเจ้า และโดยการนี้จะสามารถรักษาชีวิตและอาณาจักรของมันไว้ได้ ถ้ามันสามารถทดลองให้พระเยซูออกห่างจากน้ำพระทัยของพระบิดาของพระองค์ได้แล้ว มันคงจะบรรลุเป้าหมายของมันได้ พระเยซูได้สั่งซาตานให้ไปให้พ้นจากพระองค์ พระองค์จะทรงกราบนมัสการพระบิดาของพระองค์เท่านั้น เวลานั้นกำลังจะมาถึงเมื่อพระเยซูจะทรงไถ่การครอบครองของซาตานโดยชีวิตของพระองค์เอง และหลังจากช่วงเวลาหนึ่งผ่านไปสรรพสิ่งทั่วฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกจะยอมจำนนต่อพระองค์ ซาตานได้อ้างว่าอาณาจักรทั่วทั้งพิภพโลกนี้เป็นของมัน และมันได้พูดล่อลวงว่าพระเยซูไม่จำเป็นต้องทนทุกข์ทรมาน พระองค์ไม่จำเป็นต้องตายเพื่อที่จะได้อาณาจักรทั่วพิภพนี้ แต่พระองค์จะได้ครอบครองเหนือแผ่นดินโลกนี้ทั้งหมดและพระสง่าราศีแห่งการปกครองทั่วพิภพโลก เพียงแค่พระองค์จะทรงนมัสการมัน พระเยซูทรงยึดมั่นคงแน่วแน่ พระองค์ทรงเลือกชีวิตที่ทุกข์ทรมานของพระองค์ ทรงเลือกความตายอันน่าสยดสยองของพระองค์และในวิถีที่กำหนดไว้แล้วโดยพระบิดาของพระองค์ เพื่อที่จะเป็นรัชทายาทที่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติของอาณาจักรทั่วพิภพโลกนี้และเพื่อที่โลกจะได้ถูกวางไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์ชั่วนิจนิรันดร์ ซาตานก็จะถูกวางไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์เช่นเดียวกันเพื่อที่จะถูกทำลายด้วยความตาย ไม่มาสร้างความรำคาญให้แก่พระเยซูหรือเหล่าวิสุทธิชนแห่งสง่าราศีอีกต่อไปGCTh 13.1

    ดูเฉลยธรรมบัญญัติ 6:16, 8:3; 2พงศ์กษัตริย์ 17:35-36; สดุดี 91:11-12; ลูกา บทที่ 2-4GCTh 13.2